[SF] #WonHyuk Sorry Sorry Guys, but I'm belong to him!

posted on 13 May 2012 18:34 by huanampop

เสียงปิดล็อคประตูทำให้เจ้าของห้องตกใจเล็กน้อย หันกลับมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายที่ยืนกอดอกสีหน้าขรึมเข้ม ชีวอนเอาแต่จ้องอยู่อย่างนั้น... เหมือนคนตรงหน้ามีมนต์เสน่ห์สักอย่างฉุดให้เขาดำดิ่งลงไปสู่ห้วงที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิต

“ทำอะไรลงไปบ้างรู้ตัวรึเปล่า”

ชีวอนถามออกมาเป็นคำแรกหลังจากการจ้องหน้ากันกว่าห้านาที เห็นฝ่ายนั้นยักไหล่ท่าทางไม่ยี่หระแถมยังกดยิ้มพอใจซะอีก

“ก็ทำอย่างที่ตั้งใจจะทำ... ทำไมล่ะ ไม่ชอบหรอ?”

เจ้าตัวถามสีหน้ายั่วเย้า... ดวงหน้าที่ล้างเครื่องสำอางหมดจดแล้วอาจจะดูอ่อนใสไปสักนิด แต่นั่นกลับยิ่งโหมกระพือความรู้สึกในใจคนฟังได้อย่างดี ชีวอนขยับเข้าหาจะคว้าร่างเพรียวมากอดแนบ แต่ฮยอกแจกลับถอยอย่างรู้ทัน

“ฮยอกแจ... “ เสียงห้าวต่ำดังอย่างคุกคาม แต่คนฟังหรือจะกลัว เขาหัวเราะเสียงพลิ้ว หนีมืออีกฝ่ายไปยังส่วนอื่นของห้อง จนชีวอนต้องหรี่ตามองคนตรงหน้าให้ชัดเจน

“ผู้กองชเวใจร้อนไปหน่อยแล้วมั้ง... วันนี้มีหน้าที่แค่เป็นการ์ด ไม่มีสิทธ์แตะต้องตัวนักเต้นนะจะบอกให้”

ชายหนุ่มคำรามในลำคอ ดวงตาคมกล้าเป็นประกายกับคนช่างแกล้งก่อนจะเดินเข้าหาท่าทางน่ากลัว ฮยอกแจตาโตร้องโวยวาย วิ่งหนีออกไปอีกทางแต่เหมือนว่าตัวโตๆ นี่จะดักได้หมด

“ผู้กองงงงงง... อย่าเล่นแบบนี้ ไม่เอา” เขาร้องเสียงดัง แต่เจือปนด้วยความขบขัน วันนี้ฮยอกแจตั้งใจยั่วโดยเฉพาะเพราะรู้ว่าพี่ชายจะส่งใครมาให้ นานๆ ทีได้เล่นสนุกแบบนี้อารมณ์ดีไม่น้อยหรอก ดูหน้าชีวอนก็รู้... แทบจะพ่นไฟทำลายโลกได้อยู่แล้ว

“ไม่ได้เล่น... อยากทำเองก็ต้องรับผลที่ตามมาด้วยสิ”

“นี่เป็นงานพิเศษนะ รับจ๊อบน่ะรับจ๊อบ” ร่างเล็กพยายามอธิบายแต่คนฟังหูอื้อตาลายเกินกว่านั้น ชีวอนเดินหน้าเข้าหา คนที่ซุกตัวกับผนังห้องจะวิ่งหนีแต่ไม่ทันมือใหญ่ซึ่งยื่นออกมารวบครั้งเดียว ร่างเล็กก็ปลิวเข้าอ้อมกอดแข็งแรงตนเองเรียบร้อย

ฮยอกแจยิ้มยั่วทั้งที่ดิ้นไม่หลุดแล้ว สองแขนรัดเอวเขาแนบสนิทไปกับเรือนกายสูงใหญ่จนรู้สึกถึงความพลุ่งพล่านในลมหายใจและร่างกายของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

“ฉันจะคลั่ง...จะบ้า... ต่อไปห้ามทำแบบนี้อีกนะ”

ชีวอนงึมงำในลำคอขณะโน้มใบหน้าซุกไซ้คนในอ้อมกอด กลิ่นหอมอ่อนของสบู่จรุงใจจนเขาแทบจะทนไม่ไหวอีกต่อไป มือใหญ่เริ่มสอดเข้าหา รั้งชายเสื้อคลุมขึ้นมาขณะไล้ต้นขาขาวเนียนจนคนในอ้อมกอดดิ้นรนเล็กๆ

“อื้ออ... ผู้กองทำอะไร นี่ยังอยู่ในคลับนะ บอกแล้วไงว่าห้ามแตะตัวนักเต้น”

ฮยอกแจยันใบหน้าคมออก ถึงจะพูดอย่างนั้นทว่าดวงตาเรียวกลับท้าทายเขาด้วยแววตายั่วยุ สะโพกได้รูปที่แนบกับหน้าขารู้สึกถึงบางอย่างที่ตื่นตัว จึงอดไม่ได้จะโยกไปมาช้าๆ เสียดสีกับร่างกายเขาราวกับชีวอนคือเสากลางเวที

“ฮยอกแจ... อา..”

                “ชอบใช่มั้ยล่ะ... ฮยอกแจรู้ว่าผู้กองต้องชอบ... นี่ซ้อมมาตั้งนานเลยนะ”

                เขาเอ่ย... แกล้งลูบไล้หลังคออีกฝ่ายอย่างรู้ใจเล่นเอาชายหนุ่มขนลุกทั่วร่าง ต้องสอดมือเข้าหาสองข้าง ลูบไล้ไปทั่วกายที่กำลังเต้นต่อหน้าเขา จมูกโด่งกดซับความหอมจากเนื้อขาวเนียน แม้จะไม่อ่อนนุ่มเพราะร่างนี้มีกล้ามเนื้อ แต่ทว่ามันกลับเรียบมือ ลื่นไปหมดจนไฟในร่างโหมกระพือ ยากจะต้านทาน

                “พ...พอ...ก่อน ...อืม...อ” ฮยอกแจตั้งใจจะปราม อยากจะเล่นกับอีกฝ่ายให้นานที่สุดทว่าคำพูดทั้งหลายก็ถูกดูดกลืนด้วยปากหยักหนาที่เลื่อนขึ้นมาปิด บดเบียดความร้อนรุ่มในลมหายใจให้รู้ ชีวอนครางในลำคอกับรสสัมผัสที่ฮยอกแจตอบรับมา เรียวลิ้นสากควานหาความหวานอีกฝ่ายก็รู้ทัน หยอกเขาด้วยลิ้น ไม่ยอมจำนนสักที ให้รู้สึกเหมือนตนเองกำลังจะคลั่งตายเพราะพิษรักครั้งนี้

                “ฮยอกแจ...ไม่เอาแล้ว...ไม่เล่น...”

                เจ้าของชื่อพยายามดันร่างตัวเองออกมา แต่แรงชีวอนกลับเยอะกว่าจนรู้สึกได้ เขาแกล้งยั่วแล้วจะหนี ช่วงจังหวะหนึ่งที่สองปากละกันเพื่อกอบอากาศฮยอกแจก็แกล้งผลักให้อีกคนถอยหลัง เจ้าตัวจับชายผ้ามาปิดไว้ แต่ไม่ทันได้หนีต่อก็โดนตะครุบไว้ทั้งตัว คราวนี้ชีวอนดันร่างลงกับโซฟาตัวเดียวในห้อง กักทั้งตัวฮยอกแจไว้ภายใต้ร่างตัวเองจนหมดทางหนี

                “ผู้กองนี่ใจร้อนจริงๆ เลย”

                “อยากจะให้ฉันคลั่งตายใช่มั้ย” เขาถามเสียงจริงจัง ดวงตาเจือปนรอยพิศวาสจนแทบทนไม่ไหว ฮยอกแจอมยิ้ม ลอยหน้าลอยตาเล็กๆ อย่างดีใจที่แกล้งเขาได้ ทว่าคำพูดต่อมากลับสร้างความตระหนกเล็กๆ ให้เขา

                “วันนี้นายทำฉันคลั่งมาเยอะแล้ว... ถึงทีฉันบ้างนะฮยอกแจ... “

                เสียงห้าวคำรามต่ำก่อนตัดสินใจปิดคำเถียงของคนด้านล่างอีกครั้ง ปากหยักหนาเข้าครอบครอง ใช้ลีลาทั้งหมดที่มีในตัวบดเบียดลงไปจนฮยอกแจตัวอ่อนระทวย จุดสัมผัสไหนที่เขารู้ดีว่าฮยอกแจชอบ ชีวอนก็เอาคืนทุกหยาดหยด แกล้งไล่มือจากด้านหลังมาด้านหน้า บดขยี้ยอดอกแข็งตึงซึ่งเบ่งบานในมือเขาอย่างรู้ทัน

                “อืม...อะ...อย...อย่า”

                ฮยอกแจครางโหย ไม่ทันตั้งตัวรับบทหนักที่ชีวอนส่งมาเลยสักนิด ขายาวแทรกเข้ามาระหว่างช่วงขาเขา เสียดสีเนื้อผ้ายีนส์ของตนกับเรียวขาเปล่าๆ ให้ความต้องการกระจายไปทั้งร่าง ฮยอกแจดิ้นรนขัดขืนเล็กๆ อีกคนก็เลื่อนใบหน้าลงต่ำ กอบกุมเม็ดยอดสีสวยไว้ในอุ้งปากและละเลงความต้องการใส่อย่างไม่ปรานี ตอกย้ำให้อีกฝ่ายร้อนรนอย่างที่เขาเป็น

                ใบหน้าหวานแดงก่ำตามโลหิตที่กำลังสูบฉีดในร่าง ปากแดงฉ่ำปล่อยเสียงครวญไม่ขาดสาย จะขาดใจกับน้ำหนักมือที่ส่งเข้าหาไม่หยุดหย่อน ทว่าในบางช่วงที่จะสุขสม ชีวอนก็ละมือออกห่าง หยอกเขาด้วยการกระทำทั้งนิ้วมือและปากที่ขบให้ไหวซ่านแถวอกขาวเนียนจนฮยอกแจส่ายหน้า ร้องคราง

                “ผู้กอง..อ๊า... อีกนะ...อีก”

                นิ้วเรียวกดใบหน้าเข้าซุกอกตนเอง ทว่าชีวอนไม่ยอมทำตาม เขาแกล้งคีบนิ้วเขี่ยยอดอกตึงไปมา ฮยอกแจก็ดิ้นน้อยๆ ตาหวานฉ่ำปรือมองหน้าเขา เรียกร้องด้วยใบหน้าที่แสนเย้ายวนให้ทำมากกว่านี้

                ชีวอนขบกรามจนปวดไปทั้งคาง ความต้องการพุ่งสูงจนอยากจะเข้าหาเดี๋ยวนั้น แต่เขาต้องดัดนิสัยคนขี้เล่นนี่สักหน่อย... เขาจะอดทนแม้ส่วนกลางร่างกายจะประท้วงมากแล้วก็ตาม

                ฮยอกแจร้องขอ... พยายามจะเบียดร่างเข้าหาเพื่อให้เขาดำเนินการต่อทว่าชายหนุ่มไม่ยอมทำตาม ไฟรักในร่างกำลังหลอมละลายคนทั้งคู่ ชีวอนก้มลงจูบร่างด้านล่าง อีกฝ่ายก็โน้มคอเขาไว้ ตอบรับจุมพิตอย่างยินยอมพร้อมใจนาทีนี้ ไม่เหลือเค้าคนยั่วอีกแล้ว เมื่อทุกครั้งที่อารมณ์รักพุ่ง... ฮยอกแจก็จะกลับกลายเป็นทาสของเขาอีกครั้ง

                ชีวอนกดยิ้มมุมปาก ไล้ฝ่ามือทั่วร่าง ผิวเนียนเรียบตึงกระตุ้นอารมณ์ดิบในกายให้กระเจิงแทบจะอดใจไม่ไหวขณะที่อีกฝ่ายบิดเอว ทั้งส่งเสียงและแอ่นสะโพกเข้าหาให้เขาดำเนินการต่อเสียที

                “คนดื้อ... ต้องโดนกำราบมากๆ” เขาว่าขณะก้มลงซุกไซ้ ลำพังตนเองก็มัวเมาไม่ต่างกันเท่าใดนัก ชายหนุ่มชิมรสอกหวาน จูบซับทุกพื้นที่ไม่รู้หน่าย ทว่ายังไม่ยอมลดมือไปหาส่วนที่เรียกร้องด้านล่าง ครั้นฮยอกแจจะกระทำก็ไม่ยอมให้อีกฝ่ายทำตามใจ สองแขนถูกกักไว้เหนือร่าง ชีวอนดึงสายคาดเอวจากชุดคลุมมามัดข้อมือเล็กไว้สองข้างและใช้ลิ้นสากลงโทษเขาอย่างเดียว

                “อือ...อื้อ...ม...ไม่...เอา... ให้ฮยอกแจเถอะนะ”

                คนตัวเล็กวอนขอ แอ่นอกบางขึ้นหาปากเขาที่ละจากยอดอกสีหวาน ชีวอนเล่นลิ้น หยอกนิดก็ยั่วไปเรื่อย อีกฝ่ายเลยคล้ายจะลงแดง ใบหน้าหวานอึดอัด ขืนมือให้หลุดจากพันธนาการแต่ทำไม่ได้เลย มือชีวอนกักแขนเขาไว้ข้างเดียว อีกข้างก็ลูบไล้ทั่วตัวแต่ไม่ยอมสัมผัสส่วนแข็งขืนที่ปริ่มน้ำหวานมากมายจากความต้องการ

                “ผู้กอง....ฮยอกแจ...อ๊ะ...อา”

                เจ้าตัวร้องเสียงขาดห้วง ความอดทนกำลังจะพังทลาย หยดน้ำปริ่มหางตาด้วยไฟในร่างกำลังสุมให้เขาจะขาดใจ ชายหนุ่มจึงยกยิ้มขณะทวงถามข้างใบหู

                “ต่อไปห้ามเล่นซนแบบนี้อีกนะ”

                “ไม่...อือ...อา....” ฮยอกแจพยายามปฏิเสธทว่ามือสากกลับปัดผ่านส่วนกลางร่างกาย หยอกเย้าด้วยการแตะต้องเพียงนิดก็ละจากจนสะโพกอิ่มต้องยกตาม ร้องขออีกฝ่ายมากขึ้น

                “รับปากสิฮยอกแจ... “

                “นี่เป็นงานฮยอกแจนะ”

                “งานอะไรก็ช่าง... ฉันไม่สนอีกแล้ว ต่อไปถ้าเฮียคังโทรมาหาฉันอีกว่านายจะโชว์เดี่ยวแบบร้อนแรง ฉันจะกินนายทั้งตัวเอาให้ไม่เหลือออกไปหาใครได้อีกเลย”

                เขาขู่ชิดริมหู... น้ำเสียงดุดันทว่ารุ่มร้อนยิ่งชวนให้ฮยอกแจกระหายรสรักมากขึ้น เขาอยากถูกกลืนกิน ถูกคนรักดูดกลืนทั้งร่าง หลอมละลายในอุ้งปากอย่างสุขสม

                “ไม่ต้องครั้งหน้าหรอก... ฮยอกแจยอมให้ผู้กองกินทั้งตัวตั้งแต่ตอนนี้เลย”

                แม้จะสั่นไปทั้งตัวยังไม่วายยั่วเขา แล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็ทำเอาต้องร้องครางปนสะอื้น ชีวอนกดลักยิ้มลึกลับ คนได้เห็นยิ่งใจเต้นแรงแล้วต้องเงยหน้าสูดปากเมื่อมือใหญ่ที่เฝ้ารอมานานกอบกุมเขาไว้

                ฮยอกแจบิดกาย สวนเอวขึ้นในจังหวะรูดรั้งของอีกฝ่าย ตอบสนองต่อทุกน้ำหนักมือที่กำลังรุกเร้าเขา ยิ่งยามปลายนิ้วเฉียดผ่านส่วนปลาย บดขยี้น้ำหวานที่ซึมออกจากร่างฮยอกแจก็ยิ่งร้องเป็นสะอื้น ใบหน้าแดงก่ำครวญครางไม่เก็บเสียง ไม่สนใจใครอื่นอีกเลยนอกจากสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังปรนเปรอให้เขา

                “อ๊า...อีกนะ...ผู้กอง...ฮืมมม” ชีวอนลดใบหน้าลงต่ำเรื่อยๆ ...อยากจะเห็นฮยอกแจดิ้นรนเพราะเขา ทุรนทุรายเพราะเขา ชายหนุ่มเหยียดยิ้มออกมาก่อนจะก้มลงแตะลิ้นเบาๆ ตรงส่วนปลาย เห็นอีกฝ่ายหอบคราง ยันตัวเองขึ้นมองด้วยดวงตาเปล่งประกายโหยหา ผู้กองชเวก็อดจะตอบสนองให้ไม่ได้

                “อ๊า...อะ....ผู้กอง..แบบนั้นล่ะ ...อืม...อื้ออออออ” ฮยอกแจครวญเสียงยาว ปลดปล่อยอารมณ์เต็มที่เมื่อทั้งหมดลับหายในปากได้รูปของฝ่าย ลิ้นสากตวัดโลมเลียทุกส่วน ฉุดให้อารมณ์นี้จมดิ่ง ฮยอกแจส่ายสะโพกวนหาความสุข มือที่ถูกรวบไว้ขัดขืนเต็มที่ สุขสมจนสุดจะบรรยายกับสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังมอบให้เขา

                “ชอบมั้ย...หืม... แบบนี้น่ะหรอ”

                ชีวอนเขี่ยปลายยอด ละปากออกมาก่อนจะก้มลงครอบครองใหม่ ทรมานอีกฝ่ายไปด้วย หยอกเย้าด้วยลิ้นที่เขารู้ดีว่าฮยอกแจชื่นชอบจนคนด้านล่างมีน้ำตา ฮยอกแจสะอื้นเสียงสั่น มือสากรุกล้ำไปถึงส่วนข้างเคียง บีบไล้ให้ทุกความรู้สึกกระเจิดกระเจิงจนแทบปลดปล่อย

                “อา...อา...อีกนะ”

                ชีวอนขยับขึ้นลงเพื่อช่วยให้ฮยอกแจที่กำลังร้อนแรงได้โชว์ต่อหน้าเขา ร่างกายขาวเนียนเจือสีแดงจัด มองแล้วอยากจะคลุกเคล้า ไม่อยากให้ใครได้เห็นอีกเลย ชายหนุ่มสะกิดยอดอกขาว สร้างความสุขให้ทุกอย่างกระทั่งอีกฝ่ายบิดกายระรัว ร้องเรียกชื่อเขาด้วยกำลังจะไปถึงจุดสิ้นสุด

 

                แต่ทว่า...ชีวอนกลับหยุดการกระทำทุกอย่าง... หยุดให้คนตัวเล็กสะอื้น ขนลุกไปทั่วร่าง

                “ผ..ผู้กอง...ไม่เอา...อย่าใจร้ายแบบนี้”

                ฮยอกแจเงยหน้ามองเขา ดวงตาปริ่มน้ำทำให้คนมองต้องยืดตัวไปกดซับ ร่างเล็กขืนมือออกมาโอบรอบคอเขาทั้งที่ยังมีเชือกพันธนาการเอาไว้ กดให้ชีวอนตอบรับจุมพิตที่เรียกร้องและโหยหาซึ่งการเติมเต็ม ทั้งที่อีกนิดเดียวเขาจะไปถึงฝั่งความสุขแท้ๆ

                ร่างสูงละออกมามองใบหน้าหวาน จับพลิกให้ฮยอกแจคุกเข่าบนโซฟา อีกฝ่ายก็ครางเสียงแหบโหย รู้ว่าจะต้องถูกทรมานไปอีกสักพักแต่ยิ่งทำแบบนี้...ก็ยิ่งสุขสมมากขึ้นเท่านั้น

                ชีวอนขว้างแจ็คเกตหนังตัวเองออกจากร่างอย่างไม่ใยดี ตามด้วยกางเกงยีนส์ตัวนอก เขาโน้มกายลงทาบทับอีกฝ่ายจากด้านบน ลดมือลงหาส่วนที่แข็งขืนจนเต็มที่อีกครั้ง

                “ใช้อันนี้ก็ได้”

                ฮยอกแจร้องบอกให้หยิบขวดน้ำมันที่ใช้ล้างร่างกายมาเป็นตัวช่วย ชีวอนกดยิ้มจางๆ ...โน้มไปจุมพิตข้างแก้มแซวด้วยคำพูดหื่นกระหาย

                “นี่ต้องการขนาดนั้นแล้วรึไง”

                “อื้อ... ไหนว่าจะไม่แกล้งแล้วไง... “

                “ไม่ได้แกล้งหรอก... ก็กำลังจะทำให้มีความสุขแล้ว... แต่ว่าฮยอกแจคงต้องปลุกมันหน่อย”

                เขาเอ่ยก่อนจะเดินมาหาตรงหน้า... ร่างเล็กปรายตามามอง เห็นสิ่งที่ตนต้องการเบียดผ้าเนื้อบางออกมามากแล้วก็ยิ้ม เขาขยับเข้าหาอย่างเต็มใจ ปลดกางเกงชั้นในอีกฝ่ายลงและส่งสองมือซึ่งยังติดกันเข้าหาทันที

                “ผู้กองก็เอาแต่ใจไม่น้อยหรอกนะ... แบบนี้ต้องทำโทษเยอะๆ”

                ร่างเล็กเอ่ยก่อนทำการลงโทษกลับจนคนได้รับขาสั่น ชีวอนหลับตาครางขยับลงไปนั่งบนโซฟาให้อีกฝ่ายไถลไปกองด้านล่าง และใช้สองมือหนึ่งลิ้นปรนเปรอให้จนชายหนุ่มครางห้าว ชีวอนขบกราม มองใบหน้าหวานที่ตั้งใจทำให้เขาด้วยความรู้สึกดี ไหวซ่านในอารมณ์สูงสุดจนส่วนนั้นขยายขึ้นอีกจนแน่นคับเรียวปากอิ่ม

                “อืม....อา...ฮยอกแจ”

                ร่างเล็กยิ้มเยือน ยื่นข้อมือมาตรงหน้าให้ชีวอนปลดมันออกให้ พอเป็นอิสระได้เจ้าตัวก็ทำการหนักหน่วงไม่ยอมเสียเวลาอีกต่อไปด้วยต้องการเต็มที ชีวอนอ้าปากหอบ อกกว้างสะท้อนขึ้นลงถี่ๆ เพราะฮยอกแจปลุกเร้าเขาไม่หยุดหย่อน เรียวปากอิ่มแดงครอบครองขึ้นลงครั้งแล้วครั้งเล่า นิ้วเรียวกอบกุมและเพิ่มความสุขซ่านให้จนชีวอนต้องจับไหล่บางให้ขึ้นมาหา ประกบจูบเรียกร้องจากอารมณ์ดิบในกาย

                น้ำมันในขวดถูกนำมาชโลมร่างเล็กด้านล่าง... ฮยอกแจขยับขึ้นมาบดเบียดส่วนกลางร่างกายกับอีกฝ่าย นิ้วหนาข้างหนึ่งสาละวนกับการปรนเปรอเขา อีกข้างก็เริ่มรุกล้ำหาความสุขที่รอคอยเขาอยู่ในห้วงความหฤหรรษ์

                “อืม...ผู้กอง...อ๊า...ทีละนิ้วสิ..”

                ฮยอกแจประท้วงเสียงเบา นิ้วใหญ่นั้นโจมตีเขาครั้งเดียว ฮยอกแจส่ายวนสะโพกบนตักหนา ยังคงปรนเปรอไปตามร่างกายอีกฝ่ายเพื่อปลุกเร้าเรื่อยๆ ชีวอนกัดกรามแน่นต้องการจนแทบทนไม่ไหว ทั้งที่บอกให้เบาๆ แต่ภายในฮยอกแจกลับตอบรับเขารัวถี่ ปากทางเยิ้มฉ่ำดูดกลืนนิ้วเขา พร้อมกันนั้นชายหนุ่มก็ควานหาจุดสัมผัสที่รู้กันดีจนร่างเล็กดิ้นพราดบนตัก ส่ายหน้าไปมาอย่างคนหาทางออก

                “อืม...พ...พร้อมแล้ว ไม่เจ็บแล้ว...ผู้กอง อื้อ...”

                ยังไม่ทันขาดคำ ทั้งร่างก็ถูกจับให้ยืน ไหล่ขาวเนียนพ้นจากคอเสื้อชุดคลุมเล็กน้อย ยิ่งปลุกอารมณ์ดิบให้พลุ่งพล่าน ชีวอนรวบร่างเล็กมากอดรัดขณะจับให้หันหน้าไปทางกระจกด้านหลังซึ่งมีไว้สำหรับการแต่งตัว เปิดให้เห็นใบหน้าหวานเชื่อม อ้อยอิ่งด้วยรสรักลุกลามทั่วร่าง

                “ตรงนี้ดีกว่านะ...”

                มือใหญ่ลูบไล้ให้ขาเรียวแยกกว้างก่อนจะแทรกตนเองเข้าไปตรงกลาง ร่างเล็กหอบหายใจยินยอมแต่โดยดีขณะเกาะพื้นโต๊ะเอาไว้ สะโพกเพรียวแอ่นรับอีกฝ่ายจากด้านหลัง ด้วยความลื่นจากน้ำมันเป็นทุนเดิม ส่วนใหญ่โตก็เบียดแทรกช่องทางผลุบหายเข้าไปเรื่อยๆ  ฮยอกแจครางสะบัด เรือนผมสีแดงสว่างสไว นิ้วเรียวเกร็งแน่น สูดปากอืออายามที่ชีวอนบดเบียดตัวตนมากขึ้น

                “อา...ผู้กอง...อ...อย่าเพิ่ง...อ๊า” ร่างเล็กร้องเสียงขาดห้วงเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ฟังเขา ชีวอนดันเข้ามาอีกครั้งจนสะโพกสวยกระตุกตัว ภายในตอบรับกับน้ำหนักแล้วก็ต้องร้องครางยาวๆ ยามที่คนด้านหลังประชิดกายรุกล้ำจนทั้งหมดหายลับในช่องทางเต้นตุบ

                “อา...ร้อน..มาก... ข้างในฮยอกแจต้อนรับฉันจังเลย”

                “...พูดอะไรน่าเกลียด” เขายู่ปากใส่ทั้งที่ยังรู้สึกอึดอัดไปทั้งร่าง ส่วนนั้นใหญ่โต แกนกายบดเบียดทุกพื้นที่ภายใน เสียดสีให้เขาตื่นตัวและขยายรับทั้งหมด

                ชีวอนเอาแต่ยิ้มไม่ว่าอะไร สองมือประคองสะโพกบางเอาไว้ขณะเริ่มขยับช้าๆ มองภาพคนรักในกระจกที่กำลังเม้มปากแน่นเพราะส่วนนั้นฝืดในช่วงแรก แต่เมื่อขยับอีกสองสามครั้ง ทางรักร้อนก็เชื้อเชิญเขาให้เข้าสู่ภายในลึกร้อน

                “อ๊า...ฮื้อ... ผู้กอง...อา...อะ”

ร่างเล็กสั่นคลอนเมื่อคนด้านหลังเริ่มเกมส์รักดุเดือด ขาเรียวสั่นสะท้านกับน้ำหนักกายที่โถมทับจากด้านหลัง ชีวอนรั้งขาเรียวมาพาดแขนตัวเองไว้ ยิ่งทำให้ทุกสัดส่วนโอบล้อมเขา ตอบรับและดูดกลืนจนแทบไม่อยากผละจาก มือข้างที่ว่างรูดรั้งกายด้านหน้าของร่างเล็กให้ ฮยอกแจเอนกายไปข้างหน้า ยกสะโพกตอบรับ ครวญครางไม่ขาดสายยามที่แกนกายหนารุกล้ำ ขยับถอยจนเกือบสุดและเบียดเข้าหาอย่างไม่ปรานี

                “ฮยอกแจ...อา...สุดยอด...อืม”

เสียงห้าวครางต่ำ รู้สึกได้ดีว่าภายในฮยอกแจเต้นตุบ ร้อนรุ่มและโอบเข้าไว้ทุกทิศทาง ชายหนุ่มสอดกายล้ำลึกแต่ละครั้งยิ่งเรียกเสียงสั่นพร่าจากร่างเล็กได้เป็นอย่างดี ชีวอนส่ายวนสะโพก ควานหาจุดภายในของฮยอกแจ พอพบเจอก็กดย้ำหนักหน่วงให้คนด้านหน้าดิ้นพล่าน ชีวอนตอกย้ำสะโพกเข้าหาด้วยลีลาทั้งหมดที่มี คนรับหน้าบิดเบ้ ร้องเร่าเหมือนจะขาดกับความเสียวซ่าน พยายามสูดปากพยุงตัวเองทว่าสองขาอ่อนเปลี้ยเหมือนจะยืนไม่อยู่

เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่รู้ได้... ฮยอกแจหยัดร่างตอบรับความสุขจากด้านหลังที่ขยันเข้าหาไม่หยุด ชีวอนครางฮืม ส่งกายเข้าโรมรันอีกฝ่ายก็เหมือนตอบรับเขา ทั้งร่างเบียดไปตามสัมผัสที่แสนรู้ใจ พอมากเข้าคนด้านหน้าก็เริ่มครางประท้วง ส่ายหน้าเบาๆ ทั้งเวลาที่ผ่านมายาวนาน ท่วงท่ารักร้อนแรงเหมือนดึงให้เส้นประสาททั้งหมดหมดแรงเอาดื้อๆ ยามคนด้านหลังกดสะโพกแรงถี่

                “ผู้กอง..ฮ๊า...อีก...ฮื้อ...ฮยอกจะไม่ไหว... จะยืนไม่ไหว”

                เขาเอ่ยปากเป็นเสียงกระซิบ ครั้งนี้มันเสียวซ่านจนแทบประคองตัวเองไม่ได้ คนด้านหลังได้ยินแล้วจึงขยับ เปลี่ยนถอดถอน ดึงอีกฝ่ายหันมาสบตา บดจูบเร้าอารมณ์เรื่อยๆ ระหว่างกวาดเอาของบนโต๊ะหน้ากระจกออกแล้วอุ้มทั้งร่างให้เกยสะโพกบนโต๊ะ

                ฮยอกแจเม้มปากแน่นเมื่อขาเรียวแยกกว้างอย่างจำนนรับอีกฝ่ายเข้ามาอีกครั้ง... ชีวอนเงยหน้าครางกับการตอบรับ ทางรักเปิดรับและกลืนกินเขาทั้งร่าง ขยับให้ขาเรียวมาพันรอบเอวเขา เจ้าตัวก็พร้อมให้เขาทำศึกอีกครั้ง

                สองแขนเรียวรัดรอบคอหนา พยุงตัวเองไว้ด้วยขณะกดตัวเองเข้าหายามที่ชีวอนดันแกนกายเข้ามาหนักหน่วง หยาดหยดความสุขฉ่ำปลายจนปริ่ม ชีวอนก็ไม่ยอมหยุดที่จะรูดรั้ง ฮยอกแจก็ยิ่งส่งสะโพกเข้ารับการรุกราน ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ถอดถอน จะต้องเติมเต็มด้วยความสุขซาบซ่าน เสียวจนเส้นประสาทขมึงตึง ทางรักหวานฉ่ำตอบรับทุกตัวตน พอจะถอยก็ดูดดึงราวไม่อยากให้ผละจาก ยามเอนกายเข้าหาก็ตอบรับและเต้นตุบตลอดร่างให้คนอยู่ภายในครางรับเสียงดัง

                ร่างเพรียวสั่นสะท้าน หอบหายใจหนักหน่วงทุกครั้งที่ชีวอนโยกเอวเข้าใส่ มันทั้งจุกแน่นและอึดอัด ทว่าแกนกายนั้นเบียดเสียดภายในเขาจนแทบลุกเป็นไฟ ชีวอนรู้ใจเขาดีเหลือเกิน บุกเข้ามาแต่ละครั้งก็สะกิดเอาส่วนอ่อนไหวและงัดร่างโดนจุดภายในทุกครั้งจนแทบทะลักทะลาย

                “อ๊า....แรงอีก...นะ...อ..ฮ...อ๊ะ...แรงๆ เลย...ผู้กอง ฮื้ออออ”

                ฮยอกแจร้องขอในช่วงที่ห้วงอารมณ์ใกล้ถึงที่สุดอีกครั้ง นิ้วเรียวจิกเกร็งกับต้นคอ ใบหน้าหวานซุกใกล้อกชีวอนและร้องขอด้วยการเด้งร่างตนเองขึ้นรับ ชีวอนรู้ดี...ชายหนุ่มเดินหน้าติดๆ กัน แทบไม่ปล่อยเวลาให้พักหายใจ ถอนกายยาวๆ และจู่โจมลงอีกครั้งจนโต๊ะสะเทือนด้วยแรงกาย ทว่าฮยอกแจกลับร้องครางอย่างสุขสม บิดเอวและจิกไหล่เขาระรัวในท้ายที่สุดเมื่อมือหนารูดขึ้นลงถี่ๆ

                สายธารสีขาวพุ่งออกมาตามแรงรักพร้อมกับที่เจ้าของร่างทรุดบนกายเขาดื้อๆ ฮยอกแจครางสะอื้น กระตุกร่างติดๆ กันก็ปลดปล่อยเสร็จสิ้นในครั้งแรก เขาหอบซบบนอกกว้าง แทบหมดเรี่ยวแรงทว่ายังรู้สึกถึงร่างของอีกฝ่ายที่เต้นตุบในกายเขา

                ชีวอนขยับให้คนตัวเล็กรับจุมพิต อุ้มทั้งร่างกลับมาบนโซฟาและขยับให้ฮยอกแจนั่งบนตัก ร่างเล็กยินยอมโดยดี...ยิ้มหอบๆ เมื่อได้พักสักนิดก็ยกกายขึ้นและกดลงหาความใหญ่โตร้อนรุ่มเพื่อต่อเกมส์รักให้ชีวอนไปถึงจุดหมาย...

                “อืม...ดีเหลือเกิน...อา” ชีวอนโยกกายช้าๆ ในครั้งแรกส่งสะโพกขึ้นหาคนด้านบนก็บิดเอวสั่นไหวไปหมด ฮยอกแจปิดตาครางก้อง... แกนกายอีกฝ่ายกดแช่ในความอบอุ่นก่อนที่เขาจะเริ่มให้ความสุขชีวอนไปถึงด้วยกัน มือหนายกเอวเล็กด้วยสองมือ เกรงว่าอีกฝ่ายจะเหนื่อยเกินไปแต่เพียงไม่กี่นานฮยอกแจก็ร้องให้เขาเร่งจังหวะจากด้านล่าง เจ้าตัวบดเบียดทางรักบนหน้าตักเขา

                ฮยอกแจโหมกายใส่ ทุ่มแรงลงเต็มที่พอกับเสียงร้องของตนยามชีวอนสอดกายเข้ามา ตัวตนนั้นสอดลึก เสียดสีภายในจนแทบมอดไหม้ไปทั้งคู่  ฮยอกแจครางโหย แรงทั้งหมดเหมือนจะกลับมาอีกครั้งพร้อมการตื่นตัวเมื่อชีวอนปัดมือผ่าน แกนกายของเขาก็พรักพร้อมและตื่นตัว

                ชายหนุ่มกดยิ้มเอ็นดู สอดแขนรัดเอวเล็กขณะที่อีกฝ่ายขยับบนร่างเขา ฮยอกแจยันมือไว้กับอกกว้างที่นั่งกึ่งเอนบนเบาะ... ควบขับบนกายด้วยท่าทางที่ชื่นชอบจนคนรับเองครางอึ้งในลำคอ จับจ้องที่ใบหน้าขาวและสีผมร้อนแรงพอกับรสรักในขณะนี้

                “เยี่ยมที่สุดเลย...ฮยอกแจ..อีกทีนะ... ขย่มได้ตามใจชอบเลย”

                เจ้าตัวยกยิ้มให้เขา ก้มลงมาจูบจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่างให้หายใจ ขาเรียวยันกายขึ้นและต้อนรับอีกคนหนักหน่วง ส่งความร้อนแรงอย่างไม่ปรานีตัวเองกระทั่งรู้สึกถึงแรงที่ชีวอนสอดรับ ใบหน้าคมสันเกร็งเขม็งก็เริ่มรู้ดี        

                “อา...ฮยอกแจ....”

                ชีวอนครางในลำคอ ขบกรามเข้าหนักหน่วง พอร่างเล็กโยกกายอีกไม่กี่ครั้งก็ต้องร้องอุทานเมื่อรู้สึกถึงตัวตนที่พุ่งเข้าหาในร่าง ฮยอกแจขาสั่น ...ความอุ่นร้อนเบียดเข้ามาหนักๆ พร้อมกับที่ชีวอนกระตุกร่างปล่อยออกมาจนเต็ม

                เสียงครางก้องห้องแต่งตัว... ร่างเล็กพยายามจะยกกายขึ้นมาแต่ไร้สิ้นเรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง เดือดร้อนให้ชีวอนอุ้ม ถอดถอนกายออกมาก็เห็นคราบขาวไหลซึม ชายหนุ่มกระตุกยิ้ม... แก้มเนียนแดงลามเลยจนทั่วร่างทั้งที่ยังไม่ถอดชุดคลุมดีด้วยซ้ำไป

                “อืม...อะ...อะไร” ฮยอกแจร้องตกใจเมื่ออีกฝ่ายผลักให้เขาลงนอน ชีวอนกระตุกยิ้ม ส่งมือไปหาส่วนกลางร่างซึ่งยังไม่ปลดปล่อยเป็นครั้งที่สองของฮยอกแจ

                “ผู้กอง..อื้อ..ไม่ต้องก็ได้”  เสียงหวานประท้วง หมดแรงจนเหนื่อยหอบ เขาไม่คิดว่าตัวเองจะไปถึงอีกครั้งได้โดยไม่ขาดใจ แม้จะรู้สึกปวดส่วนกลางอยู่บ้าง แต่สักพักมันอาจสงบลง

                “จะปล่อยไว้แบบนี้ได้ไง...ปลุกแล้วต้องจัดการให้เสร็จสิ”

                ร่างสูงยักคิ้ว อีกคนก็ไม่ทันได้ค้านอะไรเมื่อปากหยักหนาก้มลงครอบครองและปรนเปรอให้จนฮยอกแจหอบสะท้าน ทั้งตัวร้อนผ่าวคล้ายไฟสุม สองมือพยายามจะรั้งให้ชีวอนละปากจากส่วนหน้า ทว่าพอนานไปเขาก็ต้องจำนนด้วยอารมณ์ร้อนแรงในกาย เจ้าตัวส่ายหน้าไปมาราวกับคนหาทางออก อกบางสะท้อนขึ้นลง

                “ผ...ผู้กอง...ม..ไม่...ฮะ...อ๊า... ฮยอกแจเหนื่อยแล้ว...นะ อื้อออ” ทั้งร้องทั้งปฏิเสธ ลมหายใจแทบจะขาดไปดื้อๆ ดวงหน้าหวานหลับพริ้มครวญอยู่ตลอดเวลาที่มือและลิ้นสากกำลังทำให้เขา

ชีวอนไม่พูดอะไรสักนิด แต่นิ้วกลางกลับรุกรานเข้าช่องทางสีเข้มที่ยังแฉะอยู่ ร่างเล็กเบิกตาโต ส่ายหน้าซ้ำๆ ราวจะคัดค้านแต่อีกฝ่ายไม่ปล่อยโอกาสให้หายใจ

“ไม่...นะ....อ๊า...อื้อ”  ชีวอนสอดนิ้วรุกล้ำ เริ่มทีละนิ้วช้าๆ ทางรักหวานฉ่ำค้านกับเสียงร้องของเจ้าตัว

ฮยอกแจครางระโหย พึมพำว่าไม่เอานะๆ ทว่าสะโพกกลับหยัดร่างรับนิ้วหนาที่สองและสามตามลำดับ  สามนิ้วสลับเข้าออกพร้อมกับที่ปากและลิ้นกำลังทำงานอย่างหนักหน่วง ฮยอกแจดิ้นรนทั้งร่างเหมือนจะขาดใจ เขายกสะโพกแอ่นลอยรับน้ำหนักของอีกฝ่าย

“ใจร้าย..อา...ม..ไม่ไหว...ไม่ไหวแล้ว อ๊า.......”  ร่างเล็กร้องเสียงขาดห้วง หมดเรี่ยวแรงจะรั้งตัวเองและความสุขสมไว้ได้อีก ใบหน้านั้นแดงก่ำจิกนิ้วกับเบาะนุ่มของโซฟาไว้แนบแน่นเมื่อความอดทนทะลักทะลาย ชีวอนละมามองดวงหน้าหวาน ก้มลงจุมพิตทั้งที่มือยังไม่หยุดรูดรั้งกระทั่งเจ้าตัวปลดปล่อยจนหมดครั้งนี้ อกบางถึงแนบลงกับโซฟาอีกครั้ง หอบหายใจหนักหน่วงราวกับวิ่งมาแสนไกล


 

 

… Sorry Sorry …

กลับไปอ่านต่อที่หน้าฟิคจ้า

สำหรับแฟนฟิคของ Huanampop

posted on 03 Apr 2012 23:35 by huanampop
 
 
 
 
 
ขอพื้นที่บอก...สำหรับแฟนฟิคของ Huanampop โดยเฉพาะ

(ไม่ใช่แฟนฟิคเราก็อ่านได้ แต่อย่าคิดว่าเราเรียกร้องความสนใจหรือหาเรื่องโดยคิดเป็นอื่น)

 
 
 
 
 

ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มคิดจะแต่งฟิคมา... ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีความคิดแบบนี้
 
เวลาหนึ่งปีกับเก้าเดือนที่อยู่ในฐานะไรเตอร์ Huanampop ของแฟนฟิคมามีความสุขมากมายเวลาที่คนอ่านเค้าชอบในผลงาน มีทั้งคนที่บอกด้วยตัวเอง เมล์มาบอก เมนชั่นมา หรืออะไรก็ตามแต่
 
เทียนดีใจมากจริงๆ ค่ะ จนเมื่อเรามีความคิดนี้ขึ้นมาก็ไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ไว้เฉยๆ แบบอัพฟิคไปทั้งที่ยังไม่ใช่อารมณ์ ทำให้มันไม่สนุกเท่าที่ตั้งใจไว้ หรือจะค้างเรื่องไว้นานเป็นเดือนโดยที่ไม่บอกอะไรเลยก็ทำไม่ได้เหมือนกัน เพราะเทียนแคร์รีดเดอร์ที่สนใจในฟิคทุกคน รู้สึกดีใจและภูมิใจมากๆ ที่มีคนชอบในผลงาน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
วันนี้จึงอยากจะบอกทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ว่า


Huanampop จะหยุดแต่งฟิคสักพักค่ะ

 
...เหตุผล?...
 
 
 
 
 
 
เพราะวันนี้... เทียนเริ่มรู้สึกว่าการอยู่ตรงนี้มันทำให้เรารู้สึกกดดันในบางครั้ง  อาจเพราะเรื่องรอบตัวด้วยทำให้เหนื่อย เลยเริ่มมีความคิดบางอย่าง ครั้งแรกที่คิดก็ไมได้อยากทำแบบนี้ บอกตัวเองว่าถ้าคิดแบบนี้อีก 4 ครั้ง เราก็คงจะได้ทำมันจริงๆ แล้วเวลาที่ผ่านมาก็คิดมาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบ...
 
 
กับความคิดที่รู้สึกว่า...การแต่งฟิคมันเป็น"ภาระ"ที่เราต้องแบกรับเพิ่มเติม ตอนแรกเริ่มเราแต่งด้วยความรัก เราอยากทำ แต่ต่อมากลับรู้สึกว่ามันทำให้เราเหนื่อย ทำให้เศร้าในบางครั้งและต้องมานั่งจดจ่อกับมันเหมือนกับเป็นของที่ต้องฝืนใจ ต้องบิวท์อารมณ์แต่ง ต้องจัดการโน่นนั่นนี่ มันทำให้เหนื่อยและเฟลมากขึ้น
 
 
ใครจะบอกว่าก็ได้ทำเล่มขายด้วยไง ได้ตังค์ด้วย... อย่าคิดแบบนั้นเลยค่ะ เพราะจำนวนเงินที่ได้กลับมามันไม่คุ้มค่าพอกับเวลาที่เสียไปในการนั่งแต่งมันหรอก กำไรที่ได้มาแลกกับเวลาที่เสียไปทั้งหมดตั้งแต่ร่างพลอต หาข้อมูล นั่งแต่ง และการทำเล่มก็เป็นอะไรเหนื่อยมากสุดๆ ต้องจัดการอะไรอีกมากมาย เราไม่ใช่ไรเตอร์ดีเด่นหรือดังมากแบบขายฟิคได้เงินเป็นแสนๆ ถ้าแบบนั้นก็คงคุ้มค่านะ
 
 
แต่เราเริ่มต้นทำเล่มเพราะเห็นว่าน่าสนใจ อาจจะมีคนอยากได้บ้างไม่อยากได้บ่างในช่วงแรก มันเหมือนกันเป็นงานที่ได้ลองค้นหา ทำในแบบที่ยังไม่เคยทำ ซึ่งบอกได้เลยว่าเทียนได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่จากการเป็นไรเตอร์มาเยอะมาก  ประสบการณ์ที่ได้มามันคุ้มค่า แต่กับสิ่งที่เราต้องแลกมาคือความรู้สึก
 
 
บางครั้งเราอยากอัพฟิค อยากจะแต่ง แต่ความรู้สึกเรามันไม่ใช่....คนเราไม่ใช่เครื่องจักร จะให้นั่งทำตลอดยี่สิบชั่วโมงโดยไม่สนใจงานอื่นก็คงไม่ได้ เพราะเทียนเริ่มทำมาจากความรักที่ชื่นชอบในตัวศิลปิน เวลาถ่ายทอดออกมาในมุมมองของฟิค ก็รู้สึกรักพวกเขามากขึ้นอีก แต่พอหลังๆ เทียนเริ่มทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่เราต้องทำ ต้องหานั่นนี่มาแต่ง ต้องมีเรื่องต่อไปออกมาเรื่อยๆ มันเป็นเรื่องของคำว่า "ต้อง"  ไม่ใช่ "อยาก" ทำเหมือนอย่างที่เคยรู้สึกมาตลอด
 
 
ไรเตอร์เรื่องอื่นอาจจะทำได้ อัพฟิคยาวๆ อัพได้เรื่อยๆ โดยที่ไม่เหนื่อย แต่เพราะสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกัน
ในความคิดของเราก็คือเอาตัวเองเป็นหลัก ในเมื่อความรู้สึกเราบอกแบบนี้ จะให้มุและรั้นทำต่อไปทั้งที่มันบั่นทอนความรู้สึกเราคงไม่ได้
 
 
เวลาที่เราเหนื่อย เราอยากพัก เรามีเรื่องส่วนตัวให้คิดให้หนักใจ แต่กลับต้องมานั่งดูว่า อ้าว...มันหลายวันแล้วยังไม่ได้อัพฟิคเลย ต้องมานั่งแต่งทั้งที่ความรู้สึกเราคืออยากพัก... เทียนเลยรู้สึกเฟลและเกิดคำถามกับตัวเองว่า
 
...เมื่อไหร่นะที่เรารู้สึกว่า การอัพฟิคมันคือภาระ ไม่ใช่สิ่งที่เคยชอบและทำด้วยความรัก...
 
ถึงแม้รีดเดอร์จะบอกว่าไม่ต้องรีบ แต่ก็ต้องมีกว่าครึ่งที่เค้าจะบอกว่ามาอัพเร็วๆ นะ รอเสมอนะคะ
คำพูดเหล่านั้นคือแรงบันดาลใจให้เราดีใจและแต่งฟิคได้ แต่อีกนัยมันกลับเหมือนตัวเร่งอย่างหนึ่งให้เราไม่อาจปล่อยทิ้งนานได้ จริงอยู่ที่ไรเตอร์คนอื่นเค้าอาจจะทำได้ แต่เทียนกลับรู้สึกว่าไม่ใช่... ถ้านานเกินหนึ่งอาทิตย์แล้วยังไม่ได้อัพตอนต่อไปจะรู้สึกผิดมาก มากจริงๆ นะ ต้องฝืนมาอัพทั้งที่อารมณ์ตอนนั้นจะไม่ได้เลยก็ตาม
 
 
เวลาที่ขอพักช่วงนี้...ก็อาจเป็นเวลาที่เทียนจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับฟิคในฐานะไรเตอร์ใหม่อีกครั้ง ทบทวนว่าเราต้องมองมันใหม่ยังไงบ้าง เราถึงจะทำในสิ่งที่เราชอบได้อีกครั้งโดยที่ไม่รู้สึกเหนื่อยอย่างที่เป็นในช่วงนี้
เทียนไม่ได้หายไปเลยแน่นอนค่ะ
 
 
แม้กระทั่งตอนที่นั่งพิมพ์อยู่นี้ยังนึกเสียดายอยู่เลย แต่ใจเรารู้สึกว่าอยากจะพักสักนิด ให้ได้คิดและทบทวนอีกครั้งจนกระจ่าง แล้วเทียนจะกลับมาแต่งฟิคเหมือนเดิม
 
 
ถึงเวลานั้น เทียนอาจจะลงฟิคเดือนนึงสองสามสี่ครั้ง แต่งแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบได้แล้ว แต่ตอนนี้เหมือนเราห่วงและกังวลกับรีดเดอร์มากเกินไป จนความรู้สึกนั้นมาตกหนักที่เรา ทำให้เราคิดมากเอง และเหนื่อยมากในท้ายที่สุด
 
 
 


หลังจากจบการทำเล่มบีเลิฟและบลีดดิ้งคยูมินแล้ว เทียนจะหยุดอัพเดทฟิคทุกคู่ ไม่ว่าจะแบบสั้นหรือยาว ส่วนคำว่าสักพักนั้นจะใช้เวลานานขนาดไหนก็บอกไม่ได้เหมือนกัน อาจจะหลายเดือนหรือเป็นปี ที่บอกไว้ตรงนี้เพราะเราก็แคร์คนอ่าน มีบางส่วนรอเหมยลี่ที่ไม่รู้จะแต่งได้อีกตอนไหน ทั้งยังมีฟิคจอมโจรที่ลงอินโทรไว้ยังไม่ได้ต่อ
 
 
เทียนขอพักทุกอย่างก่อนนะคะ... บางทีเมื่อความรู้สึกมันดีขึ้น เราก็จะกลับมาเจอกันในเหมยลี่และจอมโจร รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่มีพลอตไว้ยาวเหยียดอีกครั้ง
 
 
สำหรับบางคนก็อาจจะมองว่านี่เป็นเรื่องเล็กๆ ไม่เห็นจำเป็นต้องบอกและบรรยายอะไรมากมาย แต่เราบอกแล้วว่าสำหรับแฟนฟิคของเรา คนที่แคร์ฟิคของเรา และเราก็แคร์เค้า... จะให้รอต่อไปเรื่อยๆ หรือนั่งแต่งทั้งที่เราไม่รู้สึกอยากจะเขียนมันจริงๆ คงทำไม่ได้ค่ะ
 
 
ทุกครั้งที่คนบอกว่าชอบนะ สนุกนะ สนใจนะ มันทำให้เรารู้สึกดี... แต่บางทีอารมณ์ส่วนตัวของเราก็ทำให้ไม่สามารถทำมันได้ เราไม่ได้รักเอสเจน้อยลง เราก็ยังบ้าบอในทวิต อัพเดทข่าวเหมือนเดิม เพียงแต่หยุดการทำตรงนี้ไว้สักพัก และเราจะกลับมาเมื่อเราสามารถยิ้มและทำมันได้อีกครั้งโดยที่ทำแล้วมีความสุขทำแล้วสบายใจเหมือนก่อนหน้านี้ที่เคยทำมา
 
 
 
การหยุดแต่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลของการทำเล่มสองเรื่องล่าสุดไว้ให้แฟนฟิคที่สนใจอยากได้ เคลียร์บีเลิฟและบลีดดิ้งเสร็จเมื่อไหร่ เจอกันในทวิตนะคะ คงไม่ได้เห็นหน้าเห็นตากันในบอร์ดไหนๆ  นอกจากจะอารมณ์ครึ้มจริงๆ แบบคิดถึงอยากแต่งมากกกกกก อาจจะมี SF สั้นๆ แหวกมาลง แต่เรื่องยาวคงยังไม่มีในเร็ววันนี้แน่นอน

 

ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตอนนี้... และขอบคุณที่คอยแนะนำติชมและถามไถ่ผลงานของไรเตอร์คนนี้มาเสมอค่ะ ทุกคำที่คอยให้กำลังใจ เทียนเก็บไว้อย่างดี มีทั้งแบบที่ชื่นชมเฉยๆ แล้วเรารู้เอง หรือที่เค้ามาบอก
ไม่ว่าทางไหนเราก็ดีใจมากจริงๆ ขอบคุณที่ชื่นชอบในผลงานและคอยยิ้มให้ไรเตอร์คนนี้เสมอ
 
 
 
เจอกันอีกครั้งในวันข้างหน้ากับการกลับมาแต่งฟิคอีกครั้ง
*เกี่ยวก้อย*  สัญญาว่าจะกลับมาแน่นอน
 
 
ขอบคุณอีกครั้งนะคะสำหรับทุกๆ อย่าง ^^
 
*โค้งงามๆ*
 
 


edit @ 4 Apr 2012 00:07:12 by 91 All short Fiction

ปิดจองแล้วจ้า

posted on 20 Mar 2012 21:52 by huanampop

 

 

 

 

ปิดจองเล่มฟิค



 

 

 

 

 

 

Beloved Godfather /// WonHyuk Fiction /// 

คุณน้าชีวอนและคุณหลานฮยอกแจจอมซน

 ฟิคเล่มเดียวจบ ความยาวประมาณ 340 หน้า

เนื้อหาเท่ากับที่ลงในเวบเด็กดีทั้งหมด (10 ตอน)

และมีตอนพิเศษให้อีกประมาณ 2-3 ตอน

(สำหรับสเปแถมจะตัดบางส่วนของแต่ละตอนมาลงให้นะคะ ที่เหลือมีเฉพาะในเล่มจ้า)

ราคาขายปกติเล่มละ 330 บาท

อ่านเนื้อเรื่องได้ในนี้ค่ะ ^^

Beloved Godfather

 

 

 

 

 

 

 

                                       

    

Bleeding Love /// KyuMin Fiction ///

ฟิคคยูมินดราม่าที่มากกว่าคำว่าดราม่า

ฟิคเล่มเดียวจบ ความยาวประมาณ 370 หน้า

เนื้อหาเท่ากับทั้งหมดที่ลงในเวบถึงตอนจบประมาณ 17 ตอนจบ

และมีตอนพิเศษในเล่มให้อีก 1-2 ตอน

(สเปแถมมีเฉพาะในเล่มนะคะ)

 

ราคาขายปกติเล่มละ 360 บาท

อ่านเนื้อเรื่องได้ในนี้ค่ะ ^ ^

Bleeding Love

 

 

 

 


 

 

การนัดรับ

สำหรับเล่ม Beloved Godfather นัดรับในงานฟิควันที่ 22 เมษายน 2555  นะคะ 

 

แต่ Bleeding Love จะนัดรับแถวสยามภายหลัง โดยจะแจ้งวันเวลาที่แน่นอนอีกครั้งค่ะ

แต่ไม่เกินกลางเดือนพฤษภาคมแน่นอน ^^ (คิดว่าน่าจะเป็นเสาร์อาทิตย์แรกของเดือนพค.นะ)

 

 

 

 

3. แจ้งโอนเข้ามาที่เมล์ huanampoppop@gmail.com

ย้ำ! แจ้งโอนมาที่เมล์ huanampoppop@gmail.com  นะคะ เมล์นี้เท่านั้น!

 

ใส่หัวข้อว่า >>  แจ้งโอนเงินจองฟิค Beloved & Bleeding

รายละเอียด

ชื่อ-สกุล

เบอร์โทร / อีเมล์

จำนวนเงินโอน (ใส่เศษสตางค์มาด้วยน้า)

วันที่และเวลาที่โอน

สั่งจองฟิคเรื่อง.... (ใส่รายละเอียดว่าจองเรื่องไหนบ้าง กี่เล่ม)

นัดรับ หรือ จัดส่ง

(ถ้าจัดส่งระบุที่อยู่มาด้วยนะคะ ตรวจสอบด้วยเน้อว่าพิมพ์ถูกต้องมั้ย เดี๋ยวพัสดุตีกลับ ได้รับหนังสือช้า)

 

 

 

จากนั้นรอเมล์ตอบกลับ ไม่เกินสามวันจะตอบแน่นอนค่ะ

ถ้าสามวันผ่านไป เมล์ยังไม่กระดิก โปรดทวงเข้ามาทางทวิตเตอร์ @Huanamfiction / @Huanampop

หรือโทรมาเช็คที่เบอร์ 082-4931873 ได้เลยจ้า (โทรมาเมื่อมีเรื่องด่วนหรือจำเป็นจริงๆ นะคะ)

 

 

ถ้าเทียนได้รับเมล์แล้วจะตอบกลับพร้อมลงรายชื่อคนจองให้

สามารถเช็คได้จากหน้านี้ตลอด 24 ชั่วโมงจ้า >> เช็ครายชื่อที่นี่ค่ะ

ถ้าตอบเมล์แล้วก็แปลว่ารับรู้ จะลงรายชื่อให้น้า

คนที่โอนเงินและแจ้งเข้ามาแล้วเท่านั้นถึงจะมีรายชื่อในหน้าจองค่ะ

 

 

 

 

 

ขอบคุณทุกคนที่สนใจฟิคคุณน้าและคุณหลานจอมซน รวมถึงฟิคดราม่าเรียกน้ำตาด้วยค่า <3

ทั้งของแถมและเล่มมากมายก่ายกองจะทยอยสั่งพิมพ์ แล้วจะเอารูปมาอัพเดทในหน้าฟิคให้น้า

 

 

 

 

รายละเอียดทั้งหมดตามข้อความข้างต้น... ถ้ามีข้อสงสัยยังไงเม้นไว้ได้น้าจะมาตอบให้

หรือติดต่อได้ทางทวิตและเมล์นะคะ

อาจจะงงตรงของแถมไปมั่ง แต่ถ้าไม่มีของแถมเลยก็ไม่ใช่ฟิคของ Huanampop อยู่ดี ฮิฮิ

ปอลู... และสำหรับคนที่สนใจฟิคเก่าของไรเตอร์ ตอนนี้ยังมีสต๊อกอยู่ทุกเรื่องนะคะ

ถ้าสนใจก็ส่งเมล์มาถามก่อนได้ค่ะ เผื่อจัดส่งจะได้ส่งไปทีเดียวพร้อมกันหมด

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 20 Apr 2012 23:29:03 by 91 All short Fiction